วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

ระหว่างเพื่อนกับแฟน ขนมจีน Cover by ครูภูมิ

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

รักมากมายนายภูมิ ตอนที่ 9


พบกับภาคต่อไปของรักมากมายนายภูมิได้เร็วๆนี้

ตอนจบ ; จุดจบของหัวใจ
                ร่างสูงรีบวิ่งอย่างสุดแรง เมื่อพบว่าคนที่ตนรักนักหนาเริ่มเซ ยืนไม่อยู่กับที่ ร่างบางค่อยๆทรุดตัว สลบล้มลง หน้าเสาธงขณะที่กำลังแนะนำตัวในฐานะครูคนใหม่ของโรงเรียน   อะไรบางอย่างบอกกับเขาว่า ภูมิกำลังจากเขาไป จากเขาไปโดยไม่มีได้พบเจอกันอีก ซึ่งตัวชายหนุ่มเองไม่มีวันยอมเป็นอันขาด
 แซมแทรกตัวเข้าไปแหวกวงล้อมกลุ่มครูและนักเรียน ชายหนุ่มมาถึงก็ช้อนร่างบางขึ้นสู่อกกว้างแข็งแรงในแขนทั้งสองข้าง ขณะที่มือประคองศีรษะ รีบอุ้มร่างบางกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ไปยังรถของครูดวงใจผู้เป็นแม่ ที่จอดรอรับอยู่แล้ว
ครูดวงใจรีบแล่นรถออกจากโรงเรียนอย่างฉับไว มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลอย่างรีบเร่ง
ภาพของลูกชายตัวเองที่ประคองกอดร่างของเด็กหนุ่มครูคนใหม่ ทำให้ครูดวงใจถึงกับอึ้ง เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น
                ชายหนุ่มประคองกอดร่างบางในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกที่ห่วงใย ห่วงหาอาทรสุดชีวิต ราวกับว่านี่เป็นการกอดเป็นครั้งสุดท้าย  ชายหนุ่มบรรจงจูบไปที่หน้าผากของภูมิที่นอนนิ่ง หน้าขาวซีด มือข้างหนึ่งกุมมือเย็นไว้บีบนวดไม่ลดละ
                น้ำตาของลูกผู้ชายที่นานนานครูดวงใจจะมีโอกาสได้เห็น และนี่เป็นครั้งล่าสุดในหลายปีที่เห็นลูกชายตนเอง ร้องให้ออกมา ความรู้สึกและท่าทางของผู้เป็นลูกที่มีอาการวิตกกังวลเต็มเปี่ยม เป็นห่วงเป็นใยคุณครูน้องภูมิสุดแรงใจ ทำให้ผู้เป็นแม่เหยียบคันเร่งให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อ...เพื่อ..ความสุขของลูกชาย แม่ทำได้ทุกอย่าง
*******************************************************************************
                เป็นเวลากว่าสี่ชั่วโมงที่ครูดวงใจมองเห็นลูกชายเดินไปเดินมา นั่งไม่ติดกับที่
แซมเอง ณ ตอนนี่รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ในใจก็ได้แต่ภาวนาขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยรักษา ภูมิคนรักของตนให้อยู่รอดได้ ครู่หนึ่งแพทย์เฉพาะทางก็ออกมาจากห้องผ่าตัดฉุกเฉิน
                “ท่านไหนครับที่ชื่อแซม”
                “ผมครับ” แซมรีบก้าวเดินมาหาหมอ และก้าวเดินเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มพอจะรู้ว่านี้เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่ทั้งสองพี่น้อง ภูมิผู้เป็นน้องชาย แซมผู้เป็นพี่ชาย และทั้งสองกลายเป็นสุดที่รัก สุดรักสุดดวงใจ
                ชายหนุ่มมองไปที่ร่างบางในชุดคลุมของโรงพยาบาล พร้อมกับสายอะไรก็ไม่รู้หลายสาย
ในตัวของคนรัก
หน้าซีดเผือดที่ ณ เวลานี่น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มไม่ยอมหยุด ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้นมา มองหน้ามาที่ตนไม่กระพริบ
“ภูมิ ทำใจดีดีไว้นะ ภูมิต้องไม่เป็นอะไร ภูมิ...ภูมิต้องอยู่กับพี่ตลอดไป...เราสัญญากันแล้วไงว่าเราจะรักกันตลอดไป...”
ตาแดงช้ำด้วยความรู้สึกเศร้าโศก ที่พยายามข่มน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา แต่ก็อดไม่ได้ น้ำตาที่กลั่นออกมาจากหัวใจรัก
เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา ทำให้ชายหนุ่มน้ำตาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง มือของชายหนุ่มคว้ากุมไปที่มือที่เย็นเฉียบ ไออุ่นรักจากชายหนุ่มทำให้ภูมิ พยายามที่จะพูดอะไรบางอย่างกับแซม ดวงตาคู่สวยที่บัดนี่ที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา มองมาที่หน้าของผู้เป็นพี่ชาย แซม คนรักของภูมิ เป็นครั้งสุดท้าย
                “แซม.......ด...ดู...แล....ต..ตัว..เอง...ด..ด้ว....ด้วย”
หากแต่ชายหนุ่มไม่อยากรับคำสั่งลาครั้งสุดท้ายนี่เลย ชายหนุ่มรับไม่ได้ จูบที่ส่งมาจากใจบรรจงลงที่มือของผู้เป็นน้องชาย
                “ภ....ภูมิ....ร..ร..รัก...พ.....พี่...แ.....แซ.....แซ...แซม”
เสียงสั่นเครือ ที่พยายามพูดออกมาให้ได้ เป็นคำบอกรักที่ชายหนุ่มรู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดี
“พี่รักภูมิ” แซมกล่าวคำบอกรักกลับคืน มือของทั้งสองจับกุมกันไว้อย่างแน่นหนา
ยิ้มทั้งน้ำตา ยิ้มครั้งสุดท้ายของภูมิ ที่แซมจะได้เห็น บอกได้เป็นอย่างดีว่า สุขใจยิ่งนัก ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงไป
พร้อมกับเสียงร่ำให้ของชายคนรัก .......แซมรักภูมิ...รักที่เกิดจากหัวใจ ...รักแท้....รักจริง....รักเธอ...รักภูมิ......



ชีวิตคนเราทุกข์มากกว่าสุข เวลาคุณมีความสุข
มีคนมากมายที่พร้อมจะแบ่งปันความสุขกับคุณ
ไม่เพียงแต่เฉพาะแฟนสุดที่รัก แม้กระทั่งเวลามีความสุข
คุณยังสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้
แต่ไม่ใช่จะทุกคนที่พร้อมจะแบ่งปันความทุกข์ของคุณ
คนที่คุณพร้อมแบ่งปันความทุกข์ด้วย
แท้จริงคือ คนที่คุณต้องการมากที่สุดและอยากอยู่ใกล้ชิดมากที่สุด
โพล112115
เฟสบุ๊คhttp://www.facebook.com/ninephoom

เคยได้ยินว่า ความรักคือสิ่งที่มีพลังมากมาย
ใครได้พบเจอ จำต้องยอม และไม่มีวันต้านทานได้
ตัวของฉันเอง
....................................
แซม มองไปยังร่างบางใบหน้าขาวซีด ที่นอนราบนิ่งอยู่บนเตียงนอน น้ำตาลูกผู้ชายอย่างเขาได้รดลงมาบนใบหน้า หยดแล้วหยดเล่า .....
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วรีบเดินออกจากห้องผู้ป่วยพิเศษที่เขาสามารถทำให้คนที่เขารักได้มากที่สุดในขณะนี้ .....
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในสากลโลกนี้ แซมได้อาราธนาวิงวอนขอให้คนรักของเขาฟื้นขึ้นมามีชีวิตอีกครั้ง .... แซมหลับตาอธิฐาน
.............................................................................................................................................................
ชายหนุ่มเดินไปยังห้องพักของแพทย์ ซึ่งจัดไว้สำหรับแพทย์ได้พักผ่อน ... ในช่วงผลัดเวร
“คุณหมอครับ คุณหมอ ... “
“หมอครับ”
นายแพทย์ภานุ ที่เป็นผู้ดูแลภูมิ ... อึ้งตกใจมากพอสมควร ..อะไรบางอย่างในแววตาของชายหนุ่มรูปร่างสูง ใบหน้าคมเข้มได้รูปราวกับพระเอกหนังไทยก็ไม่ปาน  ส่งความรู้สึกบอกเขาว่า คนไข้คนนี้เป็นคนพิเศษของชายหนุ่มคนนี้แน่นอน
“หมอต้องช่วยภูมิให้ได้นะ ... นะหมอ .. นะหมอ ..”
“เออ”
“คือ ผมพยายามอย่างที่สุดแล้วครับ”
สิ่งที่ได้รับฟัง แทบจะทำให้แซมทรุดลงกองกับพื้น แต่ชายหนุ่มประคองความรู้สึกตัวเองไว้
“หมอช่วยอย่างสุดความสามารถครับ มีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้น”
“ปาฏิหาริย์ยังไงครับหมอ ... ยังไง”
แซมเอื้อมมือบีบไปที่แขนของหมอคนนั้นแล้วเขย่าเต็มแรง  จนกระทั้งอีกฝ่ายมีสีหน้าเปลี่ยนไป
เขาจึงคลายออกมา
“คุณภูมิ จะมีชีวิตอยู่ได้อีก
24 ชม. เท่านั้น”
แซมแทบช๊อก ทำไม ทำไม ความรักของเขาต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ
แพทย์ที่ดูแลภูมิ อธิบายถึงการไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับในฤทธิ์ยาที่จ่ายลงไป ... ถ้าภายในหนึ่งวันนี้ ภูมิไม่ฟื้น แสดงว่า
ภูมิจะกลายเป็นเพียงความทรงจำของเขาเท่านั้น 

รักมากมายนายภูมิ ตอนที่8


ช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด ก็คือช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคนที่เรารัก สถานที่ไหนที่มีอีกคน ย่อมมีใครอีกคนหนึ่งอยู่ชิดใกล้เสมอ ไม่ได้ผิดแปลกไปจากคู่รักชายหนุ่มทั่วไป เพราะภูมิเองมองดูก็คล้ายกับสตรีเพศดีดีนั้นเอง
สวรรค์กำหนด ให้ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ตรงข้ามกับความชอกช้ำที่ช่างยืดเยื้อยาวนานเหลือเกิน ซึ่งแท้จริงแล้ว จิตใจตังหากที่เป็นผู้กำหนด
พี่แซม... ไปโรงเรียนก่อนนะ”
แซมมองไปยังคนรักของตนที่แต่งกายในชุดกากี ของเครื่องแบบข้าราชการครู แซมแนะนำให้ภูมิใส่แว่นตาด้วย เพื่อเพิ่มความยำเกรง เด็กนักเรียนจะได้ไม่กล้าเหลิง เพราะครูใหม่คนนี้เป็นที่ตรึงตราตรึงใจเด็กนักเรียนแน่แท้
วันนี่เป็นวันแรกที่โรงเรียนเปิดเรียน ชายหนุ่มขับรถมอเตอร์ไซค์เวสป้าคู่ใจไปส่งคนรักถึงโรงเรียน และขับเข้าไปส่งข้างในถึงอาคารเรียน ก่อนที่จะพูดจาหยอกล้อกันไปมาดั่งคู่รัก ครูหนึ่งผู้เป็นพี่ชายก็ต้องกลับไป
ครูดวงใจต้องถอนใจอย่างหนัก กับภาพที่เห็นโดยบังเอิญ และคิดอะไรต่อมิอะไรตามประสาแม่ที่รักและหวงใยลูก
ชายหนุ่มเองไม่อยากให้ภูมิทำงานอะไรเลย แซมอยากให้ภูมิอยู่ข้างๆกายของตนตลอดเวลาก็เพียงพอ ซึ่งชายหนุ่มเอ๋ยปากร้องขอนับสิบรอบ แต่ก็โดนปฏิเสธแทบทุกครั้ง
ภูมิสัญญากับแม่แล้วว่า ภูมิจะต้องแต่งชุดข้าราชการครูสีกากี”
ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาในบ้านยิ้มอย่างมีความสุข เขามีความสุขที่ได้รัก และยิ่งเห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุข แซมก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเป็นเท่าตัว หวังว่ารักครั้งนี้จะเป็นรักที่เนิ่นนาน ยืนยาวตลอดไป
อ้าว...คุณครูน้องภูมิ ลืมของอีกจนได้…ขี้ลืมจริงๆเลย”
ชายหนุ่มเดินไปหยิบถุงผ้าที่วางอยู่บนตู้ชั้น สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นมือของชายหนุ่มเผลอไปถูกภาพถ่ายที่ทั้งสองได้ไปเที่ยวด้วยกันที่น้ำตก หล่นลงมาสู่พื้นแตกกระจาย เหมือนเป็นลางสังหรณ์บอกอะไรสักอย่าง แต่ชายหนุ่มก็พยายามปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นแค่เหตุบังเอิญเท่านั้นเอง
แซมรีบจัดการเก็บกวาดเศษกระจกเรียบร้อย แซมก็ถือถุงผ้าเตรียมตัวเอาไปส่งยังเจ้าของ อะไรบางอย่างทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยเอะใจว่ามันคืออะไร ชายหนุ่มจึงเปิดดู สิ่งที่เห็นทำให้ความสงสัยก่อตัวขึ้นมา ในถุงผ้ามียาอะไรก็ไม่รู้จำนวนมากห้าหกซอง พร้อมสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ชายหนุ่มรีบเปิดอ่านทันที
ลายมือที่คุ้นตา เนื้อความในภาษาที่กลั่นกรองมาจากใจ เขียนความในหมดทุกอย่างจากออกมาจากหัวใจ
แซมอ่านไปยิ้มไปด้วยความสุขได้เพียงครู่เดียว สีหน้าของชายหนุ่มก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่ออ่านผ่านข้อความนั้นๆ
แซมแทบจะร้องให้ ตกใจ ตอนนี่เขาห่วงหวงคนรักของตนมากที่สุด แต่ทำไมภูมิไม่เคยบอกกล่าวอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มใจหายจนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง คิดถึงคำพูดที่เคยพูดกัน “ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งภูมิไม่อยู่ขึ้นมา......”
ความรู้สึกเหมือนใจจะขาดเสียให้ได้ รถจักรยานยนต์ถูกสองมือบิดจนสุด เร่งความเร็วอยากให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด

รักมากมายนายภูมิ ตอนที่ 7


เข็มนาฬิกา บอกเวลาของวันใหม่ จะตีหนึ่งแล้ว แซมยังไม่วี่แววว่าจะกลับมาถึงบ้านสักที ภูมิได้แต่นอนรอคอย เมื่อไหร่หนอเขาจะกลับมาสักที สายตามองไปยังที่นอนข้างๆที่ปราศจากเจ้าของที่นอน เหลือไว้เพียงความโดดเดียว
คิดถึงผู้เป็นพี่ชายสุดหัวใจ ด้วยความเพลียร่างบางจึงเผลอหลับไป
แซมกลับมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปตีหนึ่งครึ่ง ร่างสูงมองหาใครคนหนึ่งที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน สายตากวาดไปทั่วบริเวณบ้าน มองหาเป็นสิ่งแรกทันที ที่เปิดประตูบ้านเข้ามา
ร่างของใครคนหนึ่งกับการนอนที่คุ้นเคย หลับนิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจเป็นที่สุด ที่คนรักยังไม่ได้หนีจากไปไหน
ปลายเท้าที่สัมผัสกับพื้นบ้าน ที่ชายหนุ่มบรรจงระมัดระวังวางปลายเท้าให้เบาที่สุด ชายหนุ่มยืนจ่องมองร่างบางที่หลับใหลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย
วันนี่เป็นอะไรที่แย่ที่สุดสำหรับตัวเขา ชายหนุ่มรู้สึกผิด รู้สึกเสียใจที่ตนไปต่อว่า พูดจาว่าร้าย ป้ายสีผู้เป็นน้องชายอันเป็นที่รักยิ่ง แต่ที่ทำไปก็ด้วยเหตุผลของผู้ชายคนหนึ่งที่ทนเห็นคนที่ตนเองรัก ไปชิดใกล้กับชายอื่น
แซมเอนตัวลงนอนเคียงคู่กายแบบแนบชิดอย่างแผ่วเบา กลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาซะก่อน
แต่ไม่วายพลาดซะจนได้ ไหล่กว้างรู้สึกว่านอนทับกับสิ่งๆหนึ่ง และคำตอบก็เผยออกมาทันที ร่างบางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด อย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มมองไปที่ผู้เป็นน้องชายที่นำมืออีกข้างประคองจับไปที่ต้นแขน ที่เขียวช้ำ บวม เพราะฝีมือของตนเองเมื่อหัวค่ำนี่เอง
แซมรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น ที่ตนไปทำให้คนที่ตนรักต้องเจ็บปวดกาย และใจ เขารีบลุกขึ้นไปหยิบยานวดแก้บวมช้ำอย่างรีบเร่ง
เจ็บไหม”
ไม่หรอก”
พี่ขอโทษนะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับทายาลงไป สัมผัสลูบคลำ ผิวบริเวณที่ต้นแขนที่เขียวช้ำ อย่างแผ่วเบามือ
ไม่มีเสียงพูดใดใดออกจากปากของผู้เป็นน้องชาย นอกจากสีหน้าที่บูดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด
พี่เบาๆดิ”
โทษที ขอโทษ” ชายหนุ่มคิดว่าแค่จับนวด พยายามให้เบามือที่สุด แต่ก็ไม่วายให้น้องชายต้องเจ็บ
เป็นไง .... ดีขึ้นยัง” ชายหนุ่มเอ๋ยถามออกไปด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วงเป็นใยสุดชีวิต สีหน้าวิตกกังวลของเขานั้นแสดงถึงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ และยอมรับผิดทุกอย่าง
ภูมิจ่องมองไปที่ใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลาที่ตอนนี่ดูเศร้าใจเป็นหนักหนา จนตัวเองต้องเผลอหัวเราะ ขำออกมา
ภูมิไม่ได้เป็นอะไรมากมายขนาดนั้น พี่แซมสบายใจได้” ภูมิพูดไปพร้อมกับหัวเราะไป ก่อนที่ร่างสูงใหญ่หรี่แสงไฟลง จนสลัวๆ มองเห็นอีกฝ่ายที่เอนตัวนอนลงไปเรียบร้อย
แกล้งพี่เหรอ”
ชายหนุ่มขยับตัวลงนอน แต่เบี่ยงออกห่างจากคู่นอนข้างๆ เกรงว่าจะไปถูกแขนที่กำลังบวมช้ำอยู่ สองพี่น้องต่างไม่พูดอะไรนานนับสิบนาที โดยที่ตายังไม่ได้หลับ กลับคิดอะไรต่อมิอะไรมากมายในชีวิต
พี่แซม”
หืม”
ภูมิรู้นะ ว่าพี่แซมยังไม่ได้หลับ .. ภูมิมีเรื่องสำคัญจะบอกพี่แซม”
ชายหนุ่มไม่พูดอะไร แต่กลับเงี่ยหูรอฟังว่าคนข้างๆจะพูดว่าอะไร
ภูมิอยากบอกพี่แซมว่า ภูมิมีความสุขมาก......มากเลยนะ....... มันเป็นความสุขที่ได้รับมาอย่างที่ภูมิเองไม่เคยได้รับมาก่อน .....ความสุขที่ภูมิเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร.... พี่แซมเป็นพี่ชาย...ที่แสนดีของภูมิ… และภูมิก็รักพี่มากมาก รักมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยรักใครเท่านี่มาก่อน ........อนาคตข้างหน้า.......ภูมิไม่รู้.....ไม่รู้ว่าหากวันหนึ่งภูมิไม่ได้อยู่กับพี่แล้ว ภูมิเองจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ภูมิดีใจ ดีใจที่ได้รู้จักพี่แซมแม้ว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆก็ตาม”
ภูมิพูดเหมือนกับว่าจะหนีพี่ไปไหน”
ภูมิไม่ได้หนีพี่ไปไหนหรอก” ภูมิรีบแจงขึ้นมาทันที อยากให้ผู้เป็นพี่ชายสบายใจมากที่สุด
ภูมิหมายถึง สักวันหนึ่งเราสองคนก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี” ภูมิหันหน้ามองไปที่ชายหนุ่ม ที่กำลังมองมาที่ตนเช่นกัน
พี่ไม่ให้ภูมิไปไหนหรอก ภูมิจะต้องอยู่กับพี่ตลอดไป เพราะภูมิคือทุกสิ่งทุกอย่างของพี่ ”
หุหุ..... เอาซะหวานเชียว เขินนะนี่ ”
พี่พูดจริงๆนะ”
แล้วถ้าสมมุติว่าวันหนึ่ง ภูมิเกิดไม่อยู่ขึ้นมาจริงๆ พี่จะทำยังไงละ” ภูมิทำหน้าล้อเล่นตรงข้ามกับใจที่ถามอย่างจริงจัง
พี่กำลังจะบอกว่า พี่คงอกแตกตายเลย ใช่ไหม พี่” ภูมิดักตอบคำซะก่อนที่ผู้เป็นพี่ชายจะตอบ หากแต่อีกฝ่ายตอบตามมาทีหลัง
ถ้าภูมิหนีพี่ไป พี่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่เพื่ออะไร พี่คงจะตามหาภูมิให้เจอ เพราะภูมิมีความสำคัญกับพี่มากที่สุด ในตอนนี้”
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับน้ำเสียงที่มันคงจริงจัง"
แหม......พี่แซมพูดยังกะภูมิเป็นคนรักของพี่ เป็นแฟนของพี่ ....ที่พี่รักมากยังไงยังงั้น”
แซมอยากจะบอกภูมิซะเหลือเกินว่า เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ นับวันยิ่งแต่เพิ่มมากขึ้นทวีคุณ ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขยับตัวเข้ามาชิดใกล้ร่างบางที่นอนราบกับพื้น ตาจ่องมองไปที่ดวงตา
ภูมิ..”
หืม....”
ถ้าพี่จะบอกว่าพี่คิดกับภูมิแบบนั้นจริงๆ ภูมิจะเชื่อพี่ไหม” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง ดวงตาทั้งคู่แผงไปด้วยความเชื่อมั่นในคำพูดของเขา ที่พูดออกมาจากปาก และส่งมาจากหัวใจ
ภูมิได้ยินถึงกันนอนไม่ติดกับที่นอนเช่นกัน ร่างบางค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นมา พร้อมกับฟาดฝ่ามือน้อยๆตีลงเบาๆไปที่หัวไหล่ของชายหนุ่ม
พูดเป็นหนังอินเดีย รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”
นี่ภูมิไม่รู้จริงๆเหรอ ว่าตลอดเวลาที่พี่ทำ สิ่งที่พี่ทำไปทั้งหมดมันหมายความว่าอะไร”
แซมพูดพร้อมกับขยับตัวเข้ามานั่งชิดภูมิมากยิ่งขึ้น จนอีกฝ่ายใจเต้นระทึก
พี่รักภูมิ”
แซมสารภาพรัก เป็นครั้งแรก หลังจากที่เก็บความรู้สึกนี่ไว้ในใจนานแสนนาน
ภูมิรู้สึกเหมือนหูฝาด อึ้งตกใจจนคิดอะไรไม่ออก รู้ตัวอีกทีร่างบางก็ถูกกอดเข้าสู่อ้อมอกอุ่นจากผิวกายที่ไร้อาภรณ์ที่ตึงเครียดไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มโน้มลงมาชิดติดกับใบหน้าของภูมิห่างกันไม่ถึงคืบ
พี่แซมเป็นเกย์เหรอ” ภูมิพูดพร้อมกับเอียงหน้าหนีหน้าคมเข้มที่ขยับเข้ามาชิดแก้มนวลอย่างได้โอกาส
พี่ไม่รู้ว่าพี่เป็นหรือเปล่า แต่ถ้าต้องเป็นเพราะว่า ได้รักภูมิ ต่อให้เป็นอะไรที่มากกว่านี่พี่ก็จะเป็น พี่ยอมทุกอย่าง”
กอดหลวมๆเริ่มรัดแน่นมากยิ่งขึ้น จมูกโด่งๆควานหาความหอมหวานไปทั่วบริเวณ หนวดเคราที่งอกขึ้นมาใหม่ๆ ทำให้ผู้เป็นน้องชายถึงกับสะท้าน ขนลุกไปทั้งตัว ขณะที่ผู้เป็นพี่ชายกลับได้โอกาสสำรวจความหอมหวานจากแก้มนวลอย่างถ้วนถี่
และท่าทางจะเอาจริง เริ่มลามพื้นที่มากยิงขึ้น
พี่แซมเมาเหล้าแน่แน่เลย” ภูมิพูดเพราะเกรงว่าคำพูดที่ได้ยินมาทั้งหมดเกิดเพราะความเมา หากแต่ชายหนุ่มกลับสนใจแต่ความหอมหวานของแก้มเนียนและซอกคอขาวเนียนอย่างติดใจ
พี่ไม่ได้เมา พี่มีสติครบทุกอย่าง พี่อยากจะบอกภูมินานแล้ว แต่กลัว..กลัวว่าภูมิไม่ได้คิดแบบเดียวกันกับพี่”
พี่แซมไม่.....อย่า....” เสียงเรียกร้องห้ามปราม ผู้เป็นพี่ชายที่กอดรัดจูบไซร้หนักมากขึ้น
คืนนี่ พี่จะทำให้ภูมิรู้ว่า พี่รักภูมิมากเท่าได”
พี่แซมแกล้งภูมิเล่นใช่ไหม” ภูมิพูดพร้อมๆกับพยายามเอียงหน้าหนีจากจมูกโด่ง และริมฝีปากฉับไว หากแต่ชายหนุ่มกลับประคองร่างบางให้นอนราบลงกับพื้น โดยมีร่างของตนตามลงมา ใบหน้าคมเข้มขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นจนชิดใบหูสะอาด “พี่ไม่ได้แกล้ง พี่จะทำให้ภูมิรู้ว่าพี่รักภูมิจริงๆ” พูดเสร็จ ชายหนุ่มก็ไซร้จมูกและริมฝีปากไปที่ใบหู ซอกคอขาวเนียน
ริมฝีปากของชายหนุ่มบดเคล้ากับริมฝีปากอ่อนนุ่มที่กำลังสั่นระริก จูบของชายหนุ่มช่างอ่อนโยน ชายหนุ่มค่อยๆสอดแทรกลิ้นเข้าไปข้างในช้าๆ ค่อยๆจูบ ค่อยๆเป็นค่อยไป สอนรักให้กับคนรักอย่างชื่นใจ
ผู้เป็นน้องชายเมื่อถูกสัมผัสที่อ่อนโยน และหนักหน่วงสลับคละเคล้าเกินไป เป็นเพราะหัวใจรักที่ตรงกัน ทำให้สนองรับจูบตอบกลับอย่างไม่รู้ตัวด้วยความไร้เดียงสา การตอบสนองทำให้อารมณ์รักในตัวของชายหนุ่มก่อตัวขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม จากจูบที่แผ่วเบา ก็เริ่มหนักขึ้นทีละนิด หนักขึ้น หนักมากขึ้นจนผู้เป็นน้องชายแทบจะสำลักรสจูบที่หนักหนวงของผู้เป็นพี่ชาย ที่กำลังโหยหา เหมือนคนที่อดอยากหิวกระหายรสรักซะเนินน่านเต็มเปี่ยม
เนิ่นนานซะเหลือเกิน กว่าที่จะชายหนุ่มจะถอนริมฝีปาก แซมมองไปที่ริมฝีปากบางที่พึ่งผละออก ซึ่งแดงซ่านจากรสจูบอันหนักหน่วงของตน และมีความต้องการ รู้สึกหิวกระหายต้องการที่จะทำมากกว่าการจูบ
พี่รักภูมิ นะ........ภูมิให้พี่นะ...” ชายหนุ่มเอ๋ยขอ.......อย่างตรงๆ ซึ่งๆหน้า
ภูมิได้หลบหน้าด้วยความอาย เสื้อกล้ามตัวหลวมๆที่สวมอยู่ หลุดออกจากตัวไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เผยผิวขาวเนียนสวยชวนใจเร้าอารมณ์ชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น ดอกบัวน้อยๆสีชมพูเป็นที่ตรึงตราตรึงใจแก่สายตา
ไม่ต้องกลัวนะคนดี”
จูบหนักหนวงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มใช้ลิ้นดูดควานหาความหอมหวานแอร่มอย่างไม่หยุดหย่อน มือของชายหนุ่มเริ่มสัมผัสลูบไล้กับเนื้อตัว ผิวกายนุ่มๆ จนร่างบางสั่นสะท้านตามธรรมชาติ ภูมิไม่รู้ว่าแซมเอาเวลาตอนไหนจัดการกับกางเกงขาสั้นของเขาและตนเอง เหลือเพียงแค่ร่างที่เปลือยที่ขาวนวลเนียนอย่างเห็นได้ชัดจากเงาตะคุม
แซมไม่ปล่อยให้ร่างงามรอดพ้นจากรสจูบและสัมผัสแผ่วเบาอ่อนโยนแม้แต่นิดเดียว จูบไซ้หนักเบาสลับคละเคล้ากันไปทั่วกาย ลีลารักที่สั่งออกมาจากหัวใจ ทำให้ผู้เป็นน้องชายถึงกับสั่นสะท้าน ตอบสนองเผลอไผลรสรักอย่างไร้เดียงสา
ชายหนุ่มผู้เป็นพี่ชายค่อยๆสอนรักให้กับภูมิ จนท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ไม่สามารถหักห้ามอารมณ์ปรารถนาอันแรงกล้าได้ ***********************************************************************************
ตอนที่ 9 รักครั้งสุดท้าย สุดท้ายที่ได้รัก
ร่างของภูมิผู้เป็นน้องชายในอ้อมกอดของแซมพี่ชายสุดที่รักยังคงฝังตรึงอยู่ในใจ ภูมิยื่นนิ้วมือบีบที่จมูกโด่งของชายหนุ่ม พร้อมกับกัดจูบหนักๆไปที่ต้นคอของชายหนุ่มสุดแรง หลังจากที่รู้สึกตื่นขึ้นมาในยามเช้า ซึ่งแซมเองตื่นมาตั้งนานแล้วพร้อมกับสิ่งๆหนึ่ง ทำได้แค่เพียงแต่หลับตาเฉยๆ
โอ๊ยเจ็บนะ” แซมแกล้งร้องโอดครวญ ก่อนที่พลิกตัวคร่อมร่างบาง
ร้ายนักใช่ไหม อย่างนี่ต้องโดนลงโทษ” แซมพูดกระซิบข้างใบหูพร้อมๆกับจูบไซร้ที่ใบหูไปมา โดยที่อีกฝ่ายได้แต่ดิ้นขลุกขลิกในอ้อมกอด
ภูมิรักพี่รักเปล่า” ชายหนุ่มเลยหน้าขึ้นให้โอกาสให้คนรักได้เตรียมกายเตรียมใจ
รัก” ภูมิตอบพร้อมกับรีบพลิกตัวหนี จากจูบที่วุ่นวายไปทั่วใบหน้า และซอกคอ
พอแล้วพี่แซม”
อีกนิด” ชายหนุ่มโน้มหน้าคมเข้มลงไปใหม่ แต่โดนมือนุ่มดันใบหน้าเอาไว้ซะก่อน
พอแล้ว”
แซมไม่ฟังคำขอของน้องชายที่รัก แต่กลับกอดจูบร่างบางอีกครั้ง บทรักบรรเลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ทั้งสองร่วมด้วยช่วยกัน

รักมากมายนายภูมิ ตอนที่ 6


ภูมิ.. ไปเที่ยวกันไหม”
แซมเอ๋ยชวนร่างบางที่กำลังนอนอ่านหนังสือ อยู่
ไป..ไป..ว่าแต่พี่แซมจะพาไปเที่ยวที่ไหน”
เดี่ยวก็รู้”
สองพี่น้องเที่ยวชมสถานที่สวยงามทางธรรมชาติมากมาย พร้อมกับถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก แซมพาภูมิไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายครบทุกรูปแบบ สถานที่สุดท้ายคือ น้ำตก
พี่แซมลงมาเล่นน้ำด้วยกันสิ”
ไม่อะ ภูมิเล่นไปเถอะ”
ภูมิเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน เพลิดเพลินจนตกเย็น แซมต้องเรียกขึ้นมาว่าเลิกเล่นได้แล้ว เดี่ยวจะไม่สบายเอา
และไม่ผิดอย่างที่เขาพูดไว้
หน้าของเจ้าน้องชายซีด ตัวร้อนเป็นไข้ แต่เพราะว่ามีพี่ชายที่แสนดี ที่รักน้องชายสุดรัก ดูแลอย่างดี ทำให้ไข้หายฟื้นตัวสดใสเหมือนเดิมภายในไม่กี่วัน
******************************************************
เทศกาลสงกรานต์ ของขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ที่ปัจจุบันคนไทยยังรักษาประเพณีนี่ไว้อยู่ แต่รูปแบบการเล่นสงกรานต์ที่ผิดเพี้ยนไป บางคนถือโอกาสนี่ลวนลวมผู้หญิงมากมาย
แซมเอาถังน้ำไปวางไว้หน้าบ้าน สายยางที่ลากมาเติมน้ำจนเต็มถัง มีกลุ่มวัยรุ่นบ้านใกล้เรือนเคียงมารวมกลุ่มด้วยอย่างสนุกสนาน
พี่แซม ทำไมไม่ช่วยแฟนพี่มาเล่นสงกรานต์ด้วยกันละ”
อย่าเลยดีกว่า”
อันแน่ กลัวหนุ่มๆมาปะแป้งอะดิ”
แซมเจอแซวเข้าก็เลยต้องยิ้มออกมาอย่างอายๆ รถกระบะที่ใช้เป็นยานพาหนะในการเล่นสงกรานต์มีมากมายต่อเนื่อง
สาวๆเมื่อมองเห็นบุรุษรูปกายงาม ก็กระโจนลงจากรถ รุมปะแป้งชายหนุ่มกันใหญ่ บางคนถึงกับหอมแก้มชายหนุ่มอย่างถือว่าเป็นเรื่องปกติ ภูมิมองไปยังชายหนุ่มที่มีสีหน้าสดใสร่าเริง สนุกสนานกับการเล่นสงกรานต์ซะเหลือเกิน โดยเฉพาะกับสาวๆ ยิ่งมองไปเห็นภาพบาทใจนั้นเข้า ก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งใจ
น้องๆ พี่ขอเล่นด้วยคน” ภูมิเอ๋ยขอกลุ่มน้องๆ ที่กำลังเล่นสงกรานต์อยู่
มาเลยค่ะพี่ งั้นหนูขอปะแป้งพี่หน่อยนะค่ะ” เด็กวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งปะแป้งลงบนแก้มเนียน ซะจนน่ารักไปอีกแบบ
ภูมิเดินประแป้งเด็กหนุ่มวัยรุ่นในกลุ่มนั้นแทบทุกคน ยกเว้นเขา ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรภูมิเล่นสงกรานต์อย่างเต็มที่ เหมือนกับประชดใครสักคนหนึ่ง หนุ่มๆที่ขับรถผ่านไปผ่านมา ขอปะแป้ง ภูมิก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่กลับยื่นแก้มนวลให้ปะแป้งอย่างง่ายดาย ด้วยความสวยสะดุดตา เรตติ้งของภูมิจึงเยอะเป็นกรณีพิเศษ เฉกเช่นเดียวกับทางด้านตัวเขาเอง สาวๆก็รุมประแป้งเหมือนเคย
ตกบ่าย เล่นไปได้ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าเหนื่อย จึงขอตัวกลับเข้าไปในบ้าน โดยที่ปราศจากแซม
เขายังคงเล่นสงกรานต์ต่ออย่างสนุกสนาน
ภูมิชำระร่างกายเรียบร้อย รู้สึกเพลีย จึงนำเสื่อกกผืนใหญ่ ปูนอนที่ชานบ้านด้านหลังบ้าน สถานที่ที่เย็นสบายที่ภูมิชอบมานั่ง นอน อ่านหนังสือเป็นประจำ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา แซมก็เข้ามาในบ้าน เห็นร่างบางนอนหลับสนิทอยู่ หลังจากชำระร่างกายเรียบร้อย ชายหนุ่มก็เอนตัวนอนลงข้างๆ กับภูมิ ทั้งคู่หลับไปนาน รู้สึกตัวอีกทีก็ 5 โมงเย็นเข้าแล้ว
ภูมิแกะมือที่กอดตนเองออก พร้อมกับพยุงตัวลุกขึ้นยืน
อย่ามาทำแบบนี้อีก” ใบหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธ งอน เคืองไม่พอใจที่วันนี่แซมให้สาวสาว............ภูมิมีความรู้สึกที่ไม่พอใจที่ชายหนุ่มมานอนกอดตนเอง คนอย่างเขาคงเห็นว่าตัวเองเกิดมาหล่อ เกิดมาครบถ้วนทุกประการ สาวสาวต่างทอดกายถวายตัวให้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับภูมิ มันไม่ใช่แบบนั้น มันไม่ง่ายขนาดนั้น ภูมิพูดพลางเดินไป หยิบกระเป๋าสตางค์เดินออกไปนอกบ้าน น้ำใสใสไหลลงอาบแก้มนวล อย่างไม่รู้ตัว
ทำไมเธอถึงเสียใจได้มากมายขนาดนี่ ภาพที่เห็นสาวๆ รุมกอดจูบแซม ช่างเป็นอะไรที่บาทตาบาทใจซะจนต้องออกมาเล่นสงกรานต์บ้างอวดทรวดทรวงยามเปียกปอนให้ชายอื่นได้ชื่นชม เพื่อต้องการประชดเขา
ประชดทำไมหรือภูมิ อย่าลืมสิว่าเขาเป็นพี่ชายเรานะ และที่สำคัญ เราไม่มีสิทธิ์ไปหึงหวงเขา ในเมื่อตนเองก็เป็นเพศเดียวกันเฉกเช่นเขา ภูมิพึ่งรู้ใจตัวเองก็ตอนนี้นี่เอง ว่าตนได้หลงรักผู้เป็นพี่ชาย เพศชายเดียวกัน ทั้งๆที่เมื่อก่อนปฏิเสธแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกลับเป็นไปตามที่คนอื่นเขาคาดคะเนจริงๆ
ร่างบางวิ่งไป น้ำตาไหลอาบแก้มนวล หลั่งไหลเหมือนสายน้ำ ไม่คิดจะโทษใครนอกซะจากตัวเอง
ไม่รู้ว่ารักแรกนี่จะเป็นอย่างไร แต่ภูมิก็ต้องเตือนใจตัวเองซะแล้ว ว่าต้องทำใจ และต้องทำให้ได้
****************************************************************************
ชายหนุ่มมองไปที่ประตูบ้านในเวลาเกือบหนึ่งทุ่มกว่า หลังจากที่นั่งรอมานานแสนนาน ชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถมาส่ง และก่อนที่จะกลับก็พูดจาอำลาร่ำไร ซะนาน สร้างความรู้สึกอึดอัดใจ ขัดหูขัดตา ขัดใจเป็นที่สุด
ไปไหนมา” แซมถามเสียงห้วน
ไปข้างนอก”
ไปข้างนอก นะ ไปทำอะไร กับใครที่ไหนมา” แซมถามเสียงห้วน และจริงจัง
ไปกินข้าวมาแค่นั้นเอง มีไรจะพูดอีกไหม”ร่างบางพูดพร้อมกับเดินหนี ร่างสูงที่ยืนประจันหน้า แต่ก็ต้องหยุดชะงัก
ยัง” มือใหญ่แข็งแรงของชายหนุ่ม จับกุมที่ต้นแขนของน้องชายไว้ สายตาที่จ่องมองมาช่างดุร้าย
แล้วใครมาส่ง”
ไม่รู้”
ไม่รู้แล้วให้เขามาส่งได้ยังไง อ้อ....ไม่รู้จักเขาหรือว่าไปทำอะไรกันมาเรียบร้อย จึงกลับมาส่งถึงบ้านกันแน่” ผู้เป็นพี่ชายพูดพร้อมกับออกแรงบีบที่ต้นแขนของน้องชาย จนอีกฝ่ายมีสีหน้าเหยเก ด้วยความเจ็บปวด
ใช่....พอใจหรือยัง” ร่างบางเถียงกลับทันที ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเหมือนที่พูดสักนิดเดียว
พี่ไม่ชอบให้ทำตัวแบบนี่”
แบบนี่ ...นะ...แบบไหน”
ก็เที่ยวไปมั่วกับผู้ชายไม่เลือกหน้า เหมือน...” ชายหนุ่มพูดไปด้วยความโกรธ มือของเขาเผลอบีบที่ต้นแขนอย่างแรง จนภูมิเจ็บชาไปทั้งแขน
เอะ พี่แซมนี่มันตัวภูมินะ พี่แซมยุ่งอะไรด้วย” ภูมิสะบัดแขนออก ผลักร่างสูงใหญ่เต็มแรงจมล้มลง แล้วรีบวิ่งเข้าห้องตัวเอง ทิ้งให้ชายหนุ่มได้แต่อึ้ง ตกใจ เสียใจกับคำพูดที่ได้ยิน คำพูดคำแรกที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจ อย่างที่ไม่เคยเสียใจมาก่อน

รักมากมายนายภูมิ ตอนที่ 5


เสียงรถยนต์คันโก้ บีบแตรดังลั่นหน้าประตูบ้าน ทำให้ภูมิซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ต้องเดินไปดู
ปอนด์ มองไปยังหญิงสาวในทรงผมบ๊อบสั้น ผิวขาวๆ ร่างระหง กับรูปหน้าที่สวยหวาน ทำให้ตกตะลึกเล็กน้อย
แซมอยู่ไหมครับ”
พี่แซมไม่อยู่ ออกไปข้างนอก”
ผม ชื่อ ปอนด์นะครับ เป็นเพื่อนของแซม ผมเข้าไปข้างในได้ไหม”
เขาแนะนำตัว พร้อมกับชะโงกหน้าที่สวมแว่นตาดำ พยายามเก๊กหล่อสุดฤทธิ์ แต่ยังไงซะพี่แซมก็ชนะขาด
ขอโทษทีนะครับ รออยู่ข้างนอกก่อนได้ไหม เดี่ยวพี่แซมคงมา”

 
ปอนด์ฟังคำพูดของหญิงสาว ที่ขานรับนามตัวเองว่าครับ สร้างความแปลกใจให้กับเขายิ่งนัก แต่ที่ต้องชมคือ การรู้จักป้องกันตัวเองจากคนแปลกหน้า ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะมนุษย์ในยุคนี่ยากแท้หยั่งลึก ยิ่งกว่างมเข็มในแม่น้ำโขง
ยังไม่ทันที่ภูมิจะเดินไปรดน้ำต้นไม้ต่อ แซมก็มาถึงพอดี ชายหนุ่มสองคนพูดทักทายกันเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นชัดว่า เขาสองคนเป็นเพื่อนกันจริงๆ ว่าแล้วภูมิก็ก้าวเดินไปรดน้ำต้นไม้ต่อ
โห...ไปหามาจากไหนว่ะ สวยบาทใจชะมัดเลย” ปอนด์ถามเมื่อนั่งเล่นตรงศาลาทรงเกวียนกับแซม มองร่างระหงที่กำลังยืนรถน้ำต้นไม้อยู่
น้องกูเอง” แซมตอบ
เฮ้ย มึงไปมีน้องสาวสวยๆแบบนี้ ตอนไหนว่ะ”
ก็เป็นน้องชายห่างๆ อะ”
ปอนด์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก่อนที่จะเริ่มเอะใจ คิดอะไรออกมาได้
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่เป็นผู้ชาย”
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริง” แซมพูดขำขำไป
ขณะที่เพื่อนชาย ขมวดคิ้วคิดอะไรสักอย่าง ครู่หนึ่งก็ยิ้มเจ้าเล่ห์
ขอได้ไหมวะ”
ขออะไร”
สวยสวย น่ารักน่ารักแบบนี่ ผู้ชายก็ผู้ชายเถอะ ลองสักตั้งจะเป็นไรไป”
มึงนิ กามจัดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย” แซมชมเพื่อน เชิงต่อว่าไปพร้อมๆกัน
มึงเองก็ใช่ย่อยที่ไหน เหน็บในสาวไหนๆก็ติดใจกันทั่วหน้า”
ถึงกูเหน็บใน กูก็ไม่มั่วโว้ย.. กูรักเดียวใจเดียว”
เออ.. ซะงั้นเชียว ไอ้แซม ว่าแต่ว่า ที่กูขอ มึงจะว่าอย่างไร”
แซมนิ่งเงียบไป ไม่ยอมตอบคำถามสักที จนปอนด์ไม่รอช้าเดินเข้าไปหาร่างบางที่กำลังรดน้ำต้นไม้เพลินๆอยู่
แซมรู้ฤทธิ์เดชของเพื่อนคนนี่ดี น้อยนักที่จะพลาดหากได้หมายตาใครไว้ ชายหนุ่มรู้สึกหวงห่วง คนของตัวเองอยู่เงียบๆ
สายตามองทั้งคู่ ที่กำลังคุยกันอย่างถูกคอ หัวเราะสนุกสนาน จนทำให้แซมรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แต่ก็ต้องนิ่งเก็บไว้
นานแสนนานทีเดียว ภูมิขอตัวไปอาบน้ำ ปอนด์เลยเดินมายังเพื่อนชาย เขามองตาเพื่อนก็รู้ตามสัญชาติญาณของความเป็นเพื่อนชาย และที่สำคัญเป็นเพื่อนสนิทกันมากซะด้วย
ภูมิ นี่เป็นคนน่ารัก จริงใจดีว่ะมึงอย่าปล่อยให้หลุดมือนะโว๊ย ไอ้แซม”
แซมหันหน้ามามองหน้าปอนด์เพื่อนชาย ที่อ่านใจเพื่อนได้แตกละเอียด
แล้วครูดวงใจรู้เรื่องนี้ยัง” ปอนด์ถามขณะที่แซมส่ายหน้า
เวรกรรมแท้ๆ วะไอ้แซมเอ้ย แล้วนี่มึงจะทำยังไงต่อไป”
กูจะทำอะไรได้ว่ะ เขาไม่ได้รู้สึกแบบเดียวเหมือนกูนี่หนา”
อ้าว ... มึงหล่อขนาดนี่ มีด้วยเหรอวะ โดนปฏิเสธ”
แซมไม่ตอบ แต่กลับมองไปภายในตัวบ้านที่เห็น ภูมิกำลังปัดฝุ่นเช็ดโต๊ะอยู่
มึง...เออ...กูหมายถึง....เรียบร้อยยังว่ะ”
ไอ้กาม กูไม่ยุ่งกับคนที่ไม่ยินยอมหรอก”
โห่...... มึงก็ทำให้ยอมสิวะ”
คำแนะนำของปอนด์ ทำให้ชายหนุ่มคิดหนัก เงียบกริบไปพักหนึ่ง
มึงรักเขาใช่ไหม”
ไม่รู้ว่ะ”
ชัวร์ ชัวร์ มึงรักน้องภูมิเข้าแล้วแน่นอน”
แซมนั่งเงียบอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะพูดคุยกัน เป็นนานแสนนานทีเดียว ปอนด์จึงกลับบ้านเขาไป

Search for content in this blog.